

“เมื่อมี Omise ดูแลระบบการชำระเงินอยู่เบื้องหลัง ร้านยากรุงเทพจึงสามารถโฟกัสกับสิ่งที่ถนัดอย่างการดูแลสุขภาพของผู้คนได้อย่างเต็มที่ ทุกที่ และทุกเวลา”
.jpg)
แม้ว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 จะเป็นตัวเร่งให้ร้านยาออนไลน์และเภสัชกรรมทางไกล (Telepharmarcy) ได้รับความนิยมเป็นวงกว้าง แต่สำหรับ “ร้านยากรุงเทพ” หรือ “Bangkok Drugstore” ภารกิจของพวกเขาได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่หลายสิบปีก่อนท่ามกลางอีกวิกฤตหนึ่ง
ร้านยากรุงเทพก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2541 หลังประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง โดยเปิดสาขาแรกบนถนนสุขุมวิท 71 ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน คือการเป็นเสาหลักของชุมชนที่ช่วยแบ่งเบาภาระของโรงพยาบาล
ด้วยการเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ร้านยากรุงเทพช่วยให้แพทย์ในโรงพยาบาลสามารถโฟกัสกับการดูแลผู้ป่วยอาการหนักได้อย่างเต็มที่ ขณะที่เภสัชกรดูแลอาการเจ็บป่วยทั่วไปภายในชุมชน ความมุ่งมั่นตั้งแต่วันแรกนี้เองที่กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ธุรกิจสามารถขยายตัวได้ดีในช่วงโควิด-19 และเป็นรากฐานของการเติบโตอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
ปัจจุบัน ร้านยากรุงเทพมีสาขามากกว่า 86 แห่ง และผู้ใช้งานมากกว่า 1,000,000 ราย โดยองค์กรมุ่งเน้นการเติบโตตามแนวคิด “The Next Normal Pharmacy” ด้วยการเปลี่ยนบทบาทจากร้านขายยาที่ต้องรอให้ลูกค้าเดินเข้ามา สู่บริการออนไลน์ที่ผู้ใช้งานสามารถปรึกษาเภสัชและสั่งซื้อยาได้ด้วยปลายนิ้ว

การเปลี่ยนผ่านจากร้านยาในชุมชนสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลไม่ได้ราบรื่นอย่างที่หลายคนคิด โดยเฉพาะสำหรับร้านยากรุงเทพ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกบริการเภสัชกรรมทางไกลในประเทศไทย นอกจากการพัฒนาเทคโนโลยีแล้ว สิ่งที่ต้องให้ความสำคัญไม่แพ้กันคือการปฏิบัติตามกฎระเบียบของภาครัฐที่มีการปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง เพราะความมั่นใจและความปลอดภัยของผู้ป่วยนั้นมาก่อนเสมอ
หลังจากมุ่งมั่นปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด ร้านยากรุงเทพก็ได้รับการรับรองแพลตฟอร์มอย่างเป็นทางการในปี 2023 ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับบริการด้านสุขภาพทางไกลในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม แม้โครงสร้างด้านกฎระเบียบจะเริ่มชัดเจนขึ้น แต่อีกหนึ่งความท้าทายสำคัญในการดำเนินงานยังคงอยู่ นั่นคือ “ระบบการชำระเงิน” เนื่องจากในระยะแรก แอปพลิเคชันรองรับวิธีการชำระเงินเพียงไม่กี่รูปแบบ
“ในตอนนั้น เราพบว่าวิธีการชำระเงินยังไม่ครอบคลุมความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าทุกกลุ่ม หากต้องการเพิ่มอัตราความสำเร็จของการขายและทำให้บริการด้านสุขภาพเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เราจำเป็นต้องมีโซลูชันระบบรับชำระเงินที่มีความหลากหลาย ปลอดภัย และรวดเร็วมากกว่าเดิม”
จตุรงค์ ศรียุยง ผู้จัดการฝ่ายบริการสุขภาพดิจิทัลแห่งร้านยากรุงเทพ กล่าว
เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลให้สะดวกสำหรับลูกค้ายิ่งขึ้น ร้านยากรุงเทพเลือก Omise (โอมิเซะ) หนึ่งในผู้ให้บริการเพย์เมนต์เกตเวย์ชั้นนำของประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มาเป็นพาร์ตเนอร์ด้านการชำระเงิน เนื่องจาก Omise มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงและระบบที่มีเสถียรภาพ รองรับการใช้งานในระดับองค์กรทุกขนาด อีกทั้งยังมีระบบการชำระเงินที่ครบและยืดหยุ่น รองรับวิธีการชำระเงินยอดนิยมของคนไทย ไม่ว่าจะเป็น Mobile Banking คิวอาร์โค้ด PromptPay บัตรเครดิต และบัตรเดบิต ช่วยให้ลูกค้าสามารถเลือกจ่ายเงินในรูปแบบที่คุ้นเคยและสะดวกที่สุด ลดอุปสรรคในการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพทางไกล

จตุรงค์ ศรียุยง กล่าวเพิ่มเติมว่า
“สิ่งที่ร้านยากรุงเทพประทับใจมากที่สุดคือความใส่ใจของ Omise เช่นเดียวกับที่ร้านยากรุงเทพเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ทีมซัพพอร์ตของ Omise ก็พร้อมดูแลและติดตามปัญหาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งระบบยังมีความเสถียรและความพร้อมสูง สามารถช่วยให้เรารับชำระเงินและดูแลสุขภาพของผู้คนได้อย่างมั่นใจ”
ด้วยความสามารถในการชำระเงินของระบบ Omise ผสานความเชี่ยวชาญด้านการแพทย์เข้ากับความสะดวกของเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างลงตัว การใช้บริการร้านยากรุงเทพจึงให้ความรู้สึกน่าเชื่อถือไม่ต่างจากการเข้ารับบริการที่สาขา และที่สำคัญ เมื่อ Omise ดูแลระบบการชำระเงินอย่างปลอดภัยอยู่เบื้องหลัง ร้านยากรุงเทพก็สามารถโฟกัสกับสิ่งที่ทำได้ดีที่สุด นั่นคือการดูแลสุขภาพของผู้คนได้ทุกที่ ทุกเวลา

อนาคตที่การดูแลสุขภาพเข้าถึงได้ง่าย ผู้คนสามารถรับการรักษาได้อย่างสะดวก พร้อมช่วยลดภาระของบุคลากรทางการแพทย์ ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของร้านยากรุงเทพมาจนถึงวันนี้ โดยมีเทคโนโลยีเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการเติบโต
การเลือก Omise เป็นเพย์เมนต์เกตเวย์ ช่วยทำให้การชำระเงินออนไลน์และการชำระเงินแบบหลายช่องทางเป็นเรื่องง่าย เปิดโอกาสให้ร้านยากรุงเทพสามารถขยายบริการด้านสุขภาพดิจิทัล พร้อมยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง
เมื่อไม่ต้องกังวลกับระบบการชำระเงิน ร้านยากรุงเทพจึงสามารถเดินหน้าพัฒนาบริการ Telepharmacy ให้ก้าวไปอีกขั้น ด้วยการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ ไม่ว่าจะเป็นระบบแชตอัจฉริยะที่ช่วยคัดกรองและตอบคำถามเบื้องต้นของผู้ใช้งาน ไปจนถึงการใช้ข้อมูลเชิงลึกเพื่อช่วยให้เภสัชกรสามารถให้คำแนะนำได้อย่างแม่นยำและตรงกับความต้องการของแต่ละบุคคลมากยิ่งขึ้น
ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญของบุคลากร เทคโนโลยี AI และโซลูชันด้านการชำระเงินของ Omise ร้านยากรุงเทพกำลังสร้างประสบการณ์ด้านสุขภาพที่เข้าถึงง่าย เชื่อถือได้ และพร้อมรองรับอนาคตของระบบสาธารณสุขไทย ทั้งในสาขาหน้าร้าน แพลตฟอร์มดิจิทัล และช่องทางด้านสุขภาพรูปแบบใหม่ในอนาคต