
ในอดีต ช่องทางออนไลน์เป็นเพียงตัวเลือกในการซื้อสินค้าและบริการ แต่ปัจจุบันอีคอมเมิร์ซได้เติบโตจนกลายมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานของการทำธุรกิจ และมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจโลก รายงานจาก Juniper Research ระบุว่า มูลค่าการชำระเงินผ่านอีคอมเมิร์ซทั่วโลกมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเป็น 13 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 เพิ่มขึ้นราว 57% จาก 8.3 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2025
การเติบโตดังกล่าวมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ผลสำรวจของ McKinsey & Company พบว่า เกือบ 40% ของผู้บริโภคซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ภายในสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ผู้บริโภค 1 ใน 3 คน มองว่าแพลตฟอร์มอย่าง Amazon หรือ Taobao คือจุดหมายหลักในการซื้อสินค้า
เมื่อความต้องการซื้อขายออนไลน์เพิ่มสูงขึ้น ธุรกิจจึงจำเป็นต้องมี “ระบบรับชำระเงิน” หรือ “เพย์เมนต์เกตเวย์” มาช่วยให้สามารถรับชำระเงินได้อย่างปลอดภัย สะดวก และมีประสิทธิภาพ
แต่เพย์เมนต์เกตเวย์คืออะไร และเหตุใดจึงจำเป็นต่อธุรกิจ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักพื้นฐานของเพย์เมนต์เกตเวย์ พร้อมอธิบายว่าเครื่องมือนี้มีบทบาทอย่างไรในการช่วยสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจในปี 2026
เพย์เมนต์เกตเวย์คือเทคโนโลยีที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถรับชำระเงินออนไลน์ได้อย่างปลอดภัย โดยทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างลูกค้า ธุรกิจ และผู้ให้บริการด้านการชำระเงิน ในการส่งต่อข้อมูลด้านธุรกรรมเพื่อประมวลผล ในขณะเดียวกันก็ปกป้องข้อมูลสำคัญของลูกค้าด้วยมาตรการด้านความปลอดภัย เช่น การเข้ารหัสข้อมูล (Encryption) การใช้โทเคน (Tokenization) และระบบป้องกันการทุจริตต่างๆ
การมีเพย์เมนต์เกตเวย์ช่วยให้ธุรกิจไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการชำระเงินแต่ละรายแยกกัน และไม่ต้องจัดการกระบวนการชำระเงินที่ซับซ้อนด้วยตนเอง ธุรกรรมออนไลน์ทั้งหมดสามารถดำเนินการได้อย่างราบรื่นผ่านการเชื่อมต่อเพย์เมนต์เกตเวย์เพียงเจ้าเดียว และธุรกิจสามารถบริหารจัดการธุรกรรมได้บนแดชบอร์ดเดียว ช่วยให้การรับชำระเงินและการตรวจสอบสถานะเป็นเรื่องง่าย
นอกเหนือจากเรื่องความปลอดภัยและประสิทธิภาพ เพย์เมนต์เกตเวย์ยังมีบทบาทสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า เมื่อมีเทคโนโลยีที่สะดวกและช่องทางในการชำระเงินหลากหลาย ก็เพิ่มโอกาสในการปิดการขายได้เร็วขึ้น
เพย์เมนต์เกตเวย์มีบทบาทตั้งแต่ขั้นตอนแรกของกระบวนการชำระเงิน ไปจนถึงการยืนยันผลและอัปเดตสถานะธุรกรรมให้กับธุรกิจ

1. ปกป้องข้อมูลการชำระเงินในขั้นตอนเช็กเอาต์
เมื่อลูกค้าเลือกวิธีการชำระเงินและกรอกข้อมูลบนหน้าเช็กเอาต์ เพย์เมนต์เกตเวย์จะทำการเข้ารหัสข้อมูลอย่างปลอดภัย (Encryption) ก่อนส่งต่อไปยังระบบประมวลผลการชำระเงิน (Payment Processor) เพื่อขออนุมัติรายการ
2. ส่งคำขออนุมัติการชำระเงิน
Payment Processor จะส่งคำขอทำรายการไปยังธนาคารหรือผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง สำหรับการชำระเงินด้วยบัตร คำขอจะถูกส่งผ่านเครือข่ายบัตรไปยังธนาคารผู้ออกบัตรของลูกค้า ซึ่งเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะอนุมัติหรือปฏิเสธรายการนั้น
3. ยืนยันการชำระเงินและเรียกเก็บเงินจากลูกค้า
หากรายการได้รับการอนุมัติ เพย์เมนต์เกตเวย์จะดำเนินการเรียกเก็บเงินจากลูกค้า และโอนเงินดังกล่าวเข้าสู่บัญชีของร้านค้าตามรอบการชำระที่กำหนด
ในกรณีที่ไม่ได้รับการอนุมัติ ระบบจะแจ้งว่าการชำระเงินไม่สำเร็จ และขอให้ลูกค้าลองใหม่หรือเลือกวิธีการชำระเงินอื่น
4. อัปเดตสถานะการชำระเงินในแดชบอร์ด
เพย์เมนต์เกตเวย์จะอัปเดตสถานะของแต่ละธุรกรรมแบบเรียลไทม์บนแดชบอร์ด ทำให้ร้านค้าไม่จำเป็นต้องตรวจสอบการโอนเงินหรือเทียบยอดชำระกับคำสั่งซื้อด้วยตนเอง
เพย์เมนต์เกตเวย์มีหลายประเภทด้วยกัน ขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับแต่งประสบการณ์การชำระเงินของลูกค้า และรูปแบบการเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มของร้านค้า

การเชื่อมต่อกับธนาคารโดยตรง (Local Bank Integration)
เพย์เมนต์เกตเวย์รูปแบบนี้จะพาลูกค้าไปยังเว็บไซต์หรือแอปฯ ของธนาคารเพื่อดำเนินการชำระเงิน ลูกค้าจึงคุ้นเคยกับอินเทอร์เฟซของธนาคาร อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์โดยรวมจะขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีของแต่ละธนาคาร ซึ่งอาจมีข้อจำกัดบ้างในบางกรณี
เพย์เมนต์เกตเวย์แบบเชื่อมต่อภายนอก (Hosted Payment Gateway)
ในรูปแบบนี้ ลูกค้าจะถูกพาไปยังหน้าเพย์เมนต์เกตเวย์เพื่อดำเนินการชำระเงิน และเมื่อทำรายการเสร็จสิ้น ระบบจะนำลูกค้ากลับมายังเว็บไซต์ของร้านค้า เพย์เมนต์เกตเวย์รูปแบบนี้มีความปลอดภัยและติดตั้งง่าย เหมาะสำหรับธุรกิจที่ต้องการเริ่มต้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากลูกค้าต้องออกจากแพลตฟอร์มของร้านค้าไปยังหน้าเพย์เมนต์เกตเวย์เพื่อชำระเงิน รูปแบบนี้อาจไม่ตอบโจทย์ธุรกิจที่ต้องการประสบการณ์ที่ราบรื่นอย่างแท้จริง
เพย์เมนต์เกตเวย์แบบเชื่อมต่อผ่าน API (API-based / Integrated Payment Gateway)
สำหรับร้านค้าที่ต้องการให้ลูกค้าซื้อสินค้าและชำระเงินได้โดยไม่ต้องออกจากเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน เพย์เมนต์เกตเวย์แบบเชื่อมต่อผ่าน API จะเปิดโอกาสให้ร้านค้าสามารถออกแบบขั้นตอนการชำระเงินได้อย่างยืดหยุ่น และควบคุมประสบการณ์การชำระเงินได้มากขึ้น
ขณะเดียวกัน เพย์เมนต์เกตเวย์จะช่วยดูแลด้านความปลอดภัยและช่วยให้ธุรกรรมการชำระเงินเป็นไปตามมาตรฐานและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการปกป้องข้อมูลการชำระเงินที่มีความอ่อนไหว ช่วยลดภาระและความซับซ้อนที่ร้านค้าต้องจัดการเอง ทำให้ทีมสามารถโฟกัสกับการขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจได้มากขึ้น
เพย์เมนต์เกตเวย์มีประโยชน์ต่อธุรกิจหลายด้าน ตั้งแต่การลดความเสี่ยงด้านการทุจริต เพิ่มประสิทธิภาพให้กระบวนการทำงาน ไปจนถึงการยกระดับความพึงพอใจของลูกค้า ประเภทของเพย์เมนต์เกตเวย์อาจช่วยให้ธุรกิจมองเห็นภาพรวมแล้ว อย่างไรก็ตาม มีหลายปัจจัยที่ควรพิจารณาเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจ

ก่อนตัดสินใจเลือกระบบชำระเงิน ร้านค้าควรตอบคำถามที่พื้นฐานที่สุดนี้ให้ได้ก่อน
คุณขายอะไร และลูกค้าของคุณชำระเงินอย่างไร
หากโซลูชันเหล่านี้ยังไม่ตอบโจทย์ ผู้ให้บริการเพย์เมนต์เกตเวย์หลายราย รวมถึง Omise ยังมีทีมงานพร้อมออกแบบโซลูชันให้เหมาะกับความต้องการเฉพาะของแต่ละธุรกิจ เริ่มต้นพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญของเราได้ที่นี่
ในยุคที่ผู้บริโภคคุ้นเคยกับประสบการณ์ดิจิทัลที่รวดเร็วและใช้งานง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ขั้นตอนการชำระเงินในการซื้อสินค้าหรือบริการออนไลน์ก็ควรเป็นเรื่องที่ไม่ซับซ้อนเช่นเดียวกัน ธุรกิจจึงควรเลือกเพย์เมนต์เกตเวย์ที่สามารถมอบประสบการณ์การชำระเงินที่ลื่นไหล เสถียร และเชื่อถือได้ให้กับลูกค้า
ข้อมูลจาก Baymard Institute ระบุว่า เกือบ 1 ใน 5 ของผู้บริโภคตัดสินใจไม่ซื้อสินค้า เนื่องจากขั้นตอนการชำระเงินใช้เวลานานหรือมีความซับซ้อนมากเกินไป ธุรกิจจึงควรมองหาโซลูชันหรือฟีเจอร์ที่ช่วยมอบประสบการณ์การชำระเงินที่ราบรื่น เช่น เทคโนโลยี Passkeys ที่ให้ลูกค้ายืนยันตัวตนด้วย Biometrics อย่าง Face ID หรือการสแกนลายนิ้วมือ
การสำรวจพบว่า 77% ของลูกค้าอาจออกจากเว็บไซต์ทันที หากไม่พบวิธีการชำระเงินที่ตนเองต้องการ ปัจจุบันการรองรับเฉพาะบัตรเครดิตหรือเดบิตเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะลูกค้ามองหาทางเลือกอื่นๆ เช่นบริการผ่อนชำระ, Buy Now, Pay Later, คิวอาร์โค้ด, และอีวอลเล็ตของแต่ละประเทศ
สำหรับธุรกิจที่กำลังพิจารณาเลือกใช้ระบบรับชำระเงินเป็นครั้งแรก สิ่งเหล่านี้คือมาตรฐานพื้นฐานที่ควรพิจารณาเมื่อต้องเลือกเพย์เมนต์เกตเวย์
PCI DSS (Payment Card Industry Data Security Standard) คือมาตรฐานความปลอดภัยด้านข้อมูลการชำระเงินที่กำหนดและดูแลโดยเครือข่ายบัตรระดับโลก เช่น Visa, Mastercard, JCB, Discover และ American Express โดยมีเป้าหมายเพื่อปกป้องข้อมูลการชำระเงินตลอดทั้งวงจรของธุรกรรม ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง
Uptime ที่สูงหมายถึงช่วงเวลาที่ระบบพร้อมใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง และมีโอกาสเกิดระบบล่มน้อยลง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสำหรับธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีปริมาณธุรกรรมจำนวนมาก ระดับ Uptime ที่ 99.99% (Four Nines) ถือเป็นมาตรฐานที่ดีและควรใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิง
แม้ระบบจะมีความเสถียรเพียงใด เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การเลือกผู้ให้บริการที่มีระบบตรวจสอบการทำงานแบบเรียลไทม์ พร้อมทีมช่วยเหลือที่ตอบสนองรวดเร็ว จะช่วยให้สามารถตรวจพบปัญหาและแก้ไขได้อย่างทันท่วงที ลดผลกระทบต่อธุรกิจและลูกค้า
เพย์เมนต์เกตเวย์ที่ดีควรถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการทำงานของทีม ตั้งแต่ขั้นตอนการติดตั้งไปจนถึงการใช้งานในทุกๆ วัน ตัวอย่างเช่น เอกสารสำหรับนักพัฒนาควรเข้าใจง่าย เป็นมิตรต่อการใช้งาน และไม่จำเป็นต้องอาศัยทีมขนาดใหญ่ในการเชื่อมต่อหรือดูแลระบบในระยะยาว
ขณะเดียวกัน เพย์เมนต์เกตเวย์ก็ควรมีทางเลือกในการเชื่อมต่อที่ยืดหยุ่น เพื่อรองรับแพลตฟอร์มของธุรกิจที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อผ่าน API สำหรับร้านค้าที่มีเว็บไซต์หรือระบบของตนเอง หรือปลั๊กอินสำเร็จรูปสำหรับร้านค้าที่ใช้งานแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซอย่าง Shopify หรือ Wix
อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญไม่แพ้กันคือความชัดเจนด้านราคา เพย์เมนต์เกตเวย์ที่น่าเชื่อถือควรมีโครงสร้างค่าบริการที่โปร่งใส ไม่มีค่าใช้จ่ายแฝง เพื่อให้ธุรกิจสามารถประเมินต้นทุนได้อย่างรอบด้าน
สำหรับ Omise เราคิดค่าค่าบริการตามจำนวนธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริง โดยไม่มีค่าติดตั้งและค่าบริการรายเดือน ศึกษารายละเอียดค่าธรรมเนียมการใช้งานได้ที่นี่
อีกปัจจัยสำคัญคือ เพย์เมนต์เกตเวย์ที่คุณเลือกมีความพร้อมในการรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ มากน้อยเพียงใด ในยุคที่ AI กำลังเร่งการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด ระบบการชำระเงินก็จำเป็นต้องพัฒนาไปพร้อมกัน
หนึ่งในเทรนด์ที่น่าจับตามองคือ Agentic Commerce หรือรูปแบบของอีคอมเมิร์ซที่ AI Agent ทำงานแทนผู้บริโภค ตั้งแต่การค้นหาข้อมูล ตัดสินใจ และดำเนินการชำระเงินแทนผู้บริโภค เทรนด์นี้ทำให้มาตรฐานการเชื่อมต่ออย่าง MCP และ A2A protocols มีบทบาทสำคัญในการเปิดทางให้ AI ทำงานร่วมกับโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินได้อย่างปลอดภัย ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้ระบบชำระเงินสามารถปรับตัวตามโมเดลการค้าที่เปลี่ยนแปลงไปในอนาคตได้
นอกจากนั้นแล้ว เครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วย AI อย่างแดชบอร์ดอัจฉริยะหรือผู้ช่วย AI ก็ช่วยให้ทีมทำงานได้มีประสิทธิภาพและตัดสินใจได้ดีขึ้น หรือจะเป็น Payment Orchestration ที่ใช้การประมวลผลอัจฉริยะในการเลือกเส้นทางธุรกรรมที่เหมาะสมโดยอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มอัตราการอนุมัติและลดความล้มเหลวในการชำระเงิน
ในด้านความปลอดภัย เทคโนโลยีป้องกันการทุจริตที่ขับเคลื่อนด้วย AI ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เนื่องจาก AI สามารถเรียนรู้รูปแบบการทุจริตใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง และเมื่อทำงานควบคู่กับผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยให้ธุรกิจรับมือกับความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างทันท่วงที พร้อมรักษาความเสถียรและความเชื่อมั่นในระบบการชำระเงิน
ในปี 2026 การเลือกเพย์เมนต์เกตเวย์ไม่ใช่แค่เรื่องของ “การรับชำระเงินได้” อีกต่อไป แต่คือการเลือก “โครงสร้างพื้นฐาน” ที่กำหนดทิศทางการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว เพย์เมนต์เกตเวย์ที่เหมาะสมจะช่วยให้ธุรกิจดำเนินงานได้อย่างราบรื่นในวันนี้ พร้อมขยายตัวและรองรับโอกาสใหม่ในวันข้างหน้า
เริ่มต้นวางระบบรับชำระเงินที่พร้อมเติบโตไปกับธุรกิจของคุณ ด้วย Omise
Resources
The secret to a seamless payment experience. (n.d.). Visa. https://corporate.visa.com/en/sites/visa-perspectives/innovation/optimizing-payment-experience.html
Pymnts. (2024, September 20). 77% of shoppers say ‘No sale, bye’ if preferred payment option missing. PYMNTS.com. https://www.pymnts.com/news/payments-innovation/2024/77-percent-of-shoppers-say-no-sale-bye-if-preferred-payment-option-missing/#:~:text=As%20the%20demand%20for%20diverse,platforms%20and%20ensure%20customer%20satisfaction.
Juniper Research. (2025, September). ECommerce market to surpass $13 trillion by 2030 globally, with Stripe, Visa, and PayPal leading the charge. Juniper Research Ltd. https://www.juniperresearch.com/press/ecommerce-market-to-surpass-13tn-by-2030-globally/
McKinsey & Company. (2025, June 9). State of the Consumer 2025: When disruption becomes permanent. Retrieved January 27, 2026, from https://www.mckinsey.com/industries/consumer-packaged-goods/our-insights/state-of-consumer